2549
ผมเริ่มต้นทำงานในฐานะ Software Engineer .. ชื่อตำแหน่งดูดีกว่า Programmer เนาะ แต่งานเหมือนกันนั่นแหละ คือ เขียน code หามรุ่งหามค่ำ ผมทำงานได้ไม่นานก็ได้เลื่อนมาเป็น Software Architect อันนี้เข้าทางผมมากครับ หน้าที่คือ ออกแบบอย่างเดียว ไม่ต้องเขียนโปรแกรมเอง ออกแบบ Database, ออกแบบ Flow ของ Application อันนี้จ๊าบมาก ผมทำงานแบบนี้ได้ไว เลยถูกใจเจ้านาย สุดท้ายผมก็ผ่านช่วงทดสอบ (จริงๆ ผมผ่านมาตั้งแต่เดือนแรกแล้ว) และได้ขึ้นเงินเดือนสมใจ แต่ความโลกไม่เข้าใครออกใคร ผมต้องกู้ธนาคารเพื่อซื้อคอนโดหลังแรกในชีวิต แม้ว่าเงินเดือน 50,000 บาทมันจะดูแจ่ม แต่สำหรับคอนโดหลังนี้ มันไม่พอครับ ทางเจ้าหน้าที่ธนาคารบอกว่าถ้าจะให้ดี แบบว่าผ่านชัวร์ ควรจะมีซัก 70,000 บาทต่อเดือน ผมก็เลยไปคุยกับนาย ว่าอยากได้เงินเดือน 70,000 บาท ต้องทำยังไง เค้าก็ดีนะครับ ยอมจ่ายด้วย แต่งานผมนี่เพิ่มขึ้นเท่าตัว สุดท้ายผมก็ได้คอนโดของตัวเอง ผ่อนมันเดือนละ 33,000 หาเงินหน้าตั้งเลย ดีที่ช่วงนี้พอรับงานนอกมาทำนอกเวลามางานบ้าง มีเงินเหลือไว้เก็บตั้งตัวนิดหน่อย

สุดท้ายผมลาออกจากบริษัทนี้เมื่อ 15 กรกฎาคม เพราะผมต้องการเปิดบริษัทของตัวเอง ตอนออกมาก็เรียกได้ว่าออกมาไม่ค่อยสวยเท่าไหร่ ผิดใจกับนาย แต่ไม่บอกหรอกว่าเรื่องอะไร 5555 ผมมัวทำโน่นทำนี่อยู่นาน สุดท้ายวันที่ 11 พฤศจิกายน ผมก็ได้จดทะเบียนจัดตั้งบริษัทของผมเรียบร้อยแล้ว บริษัทแรกในชีวิต บริษัทของผมเอง บริษัทเล็กๆ ที่หวังว่าจะมันจะโตเร็วๆ

2548
ปีนี้ผมเริ่มทำงานแบบเต็มเวลาเป็นครั้งแรกครับ จำได้แม่นเลย มันคือวันที่ 22 สิงหาคม ถูกเรียกสัมภาษณ์ไปกว่า 10 ที่ ผมตั้งค่าตัวของตัวเองเอาไว้ที่ 50,000 บาทครับ (กล้ามาก) สาเหตุที่ตั้งแบบนี้ ก็เพราะว่าตอนทำงานที่ฝ่ายประชาสัมพันธ์ ผมก็ยังทำงานคล้ายๆ กับ part time คือไปเข้า office อาทิตย์ละ 2 วัน แลกกับเงินเดือนเดือนละ 20,000 บาท ผมก็เลยคิดเอาว่าถ้าต้องไปทำงานเต็มๆ สัปดาห์ละ 5 วัน มันก็ต้อง 50,000 สิ ไม่น่าเชื่อว่าจะมีบริษัทกว่า 10 บริษัทเรียกไปสัมภาษณ์ แต่บอกตรงๆ นะครับ บางบริษัททำผมเสียเวลามากๆ ทั้งที่รู้ว่าไม่สามารถจ่ายเงินได้ แต่ก็ยังอุตส่าห์เรียกไปสัมภาษณ์แล้วก็ต่อรองราคา บางรายต่อน่าเกลียด ขอจ่าย 20,000 เท่าเดิม ผมก็เลยปฏิเสธไปเกือบหมดเลย แต่ก็ยังมี 2 บริษัทที่สนใจผมจริงๆ และพร้อมจะจ่ายตามคำเรียกร้องจริงๆ คือ บริษัท SonicLeads และบริษัทอีกบริษัทนึงแถวๆ แจ้งวัฒนะ ผมจำไม่ได้ว่าชื่อบริษัทอะไร ทั้ง 2 บริษัทนี้เสนอให้ผมเท่ากัน คือ ขอทดสอบ 3 เดือน จ่ายให้เดือนละ 30,000 บาท ถ้าผ่านช่วงนี้ไปได้ จะจ่ายให้ตามที่เรียก ... ผมคิดอยู่นานจนตัดสินใจได้ว่า ผมเลือก SonicLeads เพราะที่ทำงานอยู่แถวอโศก ใกล้คอนโดใหม่ของผมมากกว่า

2547
ผมจบการศึกษาระดับปริญญาตรีจนได้ครับ เป็นการจบแบบ 3 ปีครึ่ง จบตอนตุลาคม แล้วก็รับปริญญาพร้อมกับรุ่นพี่ตอนเดือนะธันวาคมเลยครับ ที่จำได้แม่นอีกอย่างนึงก็ืคือ วันที่ผมรับจริง ขณะที่ผมอยู่เข้าหอประชุมเพื่อรอรับใบปริญญาบัตร มันเป็นเวลาเดียวกันที่เกิดมหันตภัยร้ายสึนามิที่ภาคใต้ ... ตอนออกมาจากหอประชุมแล้วรู้ข่าว ถึงกับอึ้งไปเลย -___-"

2546
ผมเริ่มทำงานระหว่างเรียนจริงๆ จังๆ เป็นงานแรกครับ ได้รับการชักชวนให้ไปช่วยงานฝ่ายประชาสัมพันธ์ของมหาวิทยาลัย ไปทำงานเป็น Web Developer ของทีม ก็คือเขียนเว็บไซต์ของ ม.รังสิต นี่แหละครับ ตอนนั้นทำกับน้องอีกคนนึงจากคณะศิลปกรรม น้องเค้าจะทำด้านการออกแบบ ส่วนผมทำโปรแกรม ได้ค่าตอบแทนที่ถือว่าสวยพอตัวเลยครับสำหรับนักศึกษา ตกเดือนละประมาณ 10,000 บาท ถือว่าไม่เลวสำหรับงาน part time งานแรกของผม

2544
จบการศึกษามัธยมปลายที่โรงเรียนพิษณุโลกพิทยาคม เกรดเฉลี่ยประมาณ 3.20 (ถ้าจำไม่ผิดนะครับ) ถือว่าไม่มากไม่น้อยสำหรับคนไม่ตั้งใจเรียนอย่างผม ดีที่อาจารย์หลายๆ ท่านเมตตา ให้เกรดผมสวยๆ ไม่งั้นอาจจะไม่ถึง 3 ก็ได้...ขอบพระคุณคร๊าบ เนื่องจากผมไม่ค่อยได้เข้าเรียนตอน ม.ปลาย แถมยังย้ายสายข้ามจาก วิทย์ฯ-คอม มาเป็น ศิลป์-ฝรั่งเศส มันทำให้ผมเรียนไม่ประติดประต่อ การไปใช้ชีวิตที่อิตาลีช่วง ม.4 เทอม 2 ถึง ม. 5 เทอม 2 นั้น มันทำให้ผมไม่เข้าใจเนื้อหาวิชาต่างๆ ในช่วง ม.ปลาย ซักเท่าไหร่ แล้วผมก็เลือกที่จะกลับมาเรียนต่อ โดยไม่ซ้ำชั้นอีกต่างหาก ไม่ต้องถามเลยว่าช่วง ม.ปลาย ผมได้เรียนอะไรมาบ้าง ... ผมจำไม่ได้เลยครับ ถ้านับดีๆ ตอน ม.ปลาย ผมเรียนแค่นี้เองครับ ม.4 เทอม 1 เรียน วิทย์ฯ-คอม เต็มตัว เกรดไม่สวย เพราะบ้าบอล ม.4 เทอม 2 ผมเรียนกระท่อนกระแท่น ไม่ถึงมิดเทอม เพราะต้องเตรียมตัวเดินทางไป Italy ในฐานะนักเรียนแลกเปลี่ยนของมูลนิธิ AFS แถมยังขอทางโรงเรียนย้ายจากแผนวิทย์ฯ มาเรียนแผนศิลป์ เพราะถ้าเรียนสายวิทย์ฯ เวลากลับมาจากที่ Italy ผมต้องซ้ำชั้นครับ ข้ามไม่ได้ ไอ้ตัวขี้เกียจในตัวผมมันเลยยุให้ผมย้ายไปเรียนสายศิลป์ซะ ... ม.5 เทอม 1 ไม่ได้เรียน ม.5 เทอม 2 ก็ไม่ได้เรียน เริ่มเรียนอีกทีตอน ม.6 เทอม 1 กลับมาก็เรียนได้น้อยนิด เพราะนักเรียนส่วนใหญ่เตรียมตัวสอบเอนท์สะท้านเดือนตุลาคม เนื้อหาจึงเป็นแบบอัดแน่น ไอ้ผมมันไม่มีพื้นฐาน อัดแน่นไป มันเลยล้มคลืน 5555 ... ส่วน ม.6 เทอม 2 นี่ไม่ต้องพูดถึงเลย ไม่มีเรียนสำหรับนักเรียน ม.6 ก็เค้าให้ไปเตรียมตัวสอบเอนท์รอบสุดท้ายกันนั่นเอง

2543
ยังๆ ผมยังไม่ได้เลิกเตะบอลซะทีเดียว เชื่อมั้ยครับว่าผมไปอยู่เมือง Trieste ก็ได้เล่นฟุตบอลเหมือนกัน สโมสรของผมเป็นสโมสรกึ่งๆ อาชีพ คือถ้าได้เลื่อนชั้นไปอีก ก็จะกลายสโมสรอาชีพเต็มตัว สโมสรของผมคือ AS Vesna ครับ ผมเล่นชุดเยาวชนที่ั่นั่น และโชว์ฟอร์มได้แจ่มพอตัว เลยถูกโค้ชของทีมชุดใหญ่ให้ไปทดสอบดู ปรากฏว่าผ่าน ตลอดเวลาที่เล่นที่ Italy นั้น มีเกมเดียวที่ผมยังจำได้ติดตา มันคือเกมเปิดตัวของผมเองครับ ผมได้โอกาสลงเล่นครึ่งหลัง และทำประตูไป 2 ประตู ช่วยทีมชนะไป 4-2 ได้ไปเตะ playoffs .. ขอบอกว่าผมโชว์ฟอร์มเทพมาก จนรายการทีวีท้องถิ่นต้องเอาไปรายงานข่าว ช่วงนั้นที่ Italy กำลังบ้า Hidetoshi Nakata ผมก็เลยโดนเรียกแบบนั้นประจำ แต่โชคร้ายที่ทีมของเราไม่ได้เลื่อนชั้นขึ้นไปเล่นระดับอาชีพ ไม่งั้นผมอาจจะได้เล่นต่อที่นั่นก็ได้ นอกจากเรื่องฟุตบอลแล้ว ผมก็มีเรื่องประทับใจหลายๆ เรื่องระหว่างการใช้ชีวิตที่ Italy แต่มันยาวมาก ไว้ว่างๆ จะเอามาเขียนเป็นบล็อกแทน

2542
ปีนี้ได้เล่นทีมชุดใหญ่จริงๆ จังๆ เลยครับ แถมก้าวไปติดทีมชุดเยาวชนของจังหวัดด้วย แต่แล้วชีวิตนักบอลต่างจังหวัดของผมก็ต้องค่อยๆ จางไป เพราะผมเลือกจะไปใช้ชีวิตนักเรียนนอก 1 ปีกับ AFS นั่นเอง

2540
เป็นปีที่ผมเริ่มต้นเล่นฟุตบอลจริงๆ จังๆ ครับ ตอน ม.2 ผมขึ้นไปติดทีมโรงเรียนเป็นครั้งแรก เล่นชุดอายุผมบ้าง เล่นชุดใหญ่บ้าง สลับๆ ไป เป็นช่วงที่กำลังเป็นดาวรุ่งในจังหวัด

2525
ปีนี้เป็นปีที่ผมถือกำเนิดลืมตาดูโลก แต่ผมจำวันนี้ไม่เห็นได้เลยแหะ ใครจำได้ัมั่ง ^____^ ผมเกิดที่จังหวัดพิษณุโลกครับ เกิดในโรงพยาบาลพุทธชินราชฯ เป็นเด็กต่างจังหวัดโดยกำเนิด เท่ห์โคตรๆ (ตรงไหนวะ ?!)

ค้นหาบล็อก

บล็อกล่าสุด
ราคาน้ำมัน
อัตราแลกเปลี่ยนเงินต่างประเทศ
เริ่มเขียนตั้งแต่ 17 กันยายน 2550 © สงวนลิขสิทธิ์ ซะเมื่อไหร่ ก.ไก่ กุ๊กๆ
อยากจะก๊อปปี้อะไร ก็ก๊อปไปนะครับ อ้างอิงมาเว็บผมบ้างก็จะดี แต่ถ้าไม่ทำก็ไม่เป็นไรครับ จำไว้ๆ